ขายฝากที่ดินและจำนองที่ดินเป็นวิธีเปลี่ยนมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ให้กลายเป็นเงินทุน แต่ผลทางกฎหมายของทั้งสองวิธีแตกต่างกันอย่างมาก ขายฝากที่ดินทำให้กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้รับซื้อฝากทันทีส่วนการจำนองเป็นเพียงการนำที่ดินไปเป็นหลักประกันโดยเจ้าของเดิมยังถือกรรมสิทธิ์อยู่ INNOHOME จัดทำบทความนี้ขึ้นเพราะเจ้าของที่ดินจำนวนไม่น้อยตัดสินใจจากวงเงินและความเร็วเพียงอย่างเดียว ทั้งที่เรื่องสำคัญกว่าคือ หลังรับเงินแล้วใครเป็นเจ้าของที่ดิน หากชำระไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น และต้องเตรียมเงินเท่าใดจึงจะนำทรัพย์กลับคืนมาได้ การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เลือกวิธีใช้ที่ดินเป็นเงินทุนได้เหมาะกับสถานการณ์และลดความเสี่ยงเสียทรัพย์โดยไม่ตั้งใจ
ขายฝากคืออะไร?
ขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกเป็นของผู้รับซื้อฝากตั้งแต่วันที่จดทะเบียน โดยกำหนดให้ผู้ขายฝากมีสิทธินำเงินตามจำนวนสินไถ่มาชำระเพื่อรับกรรมสิทธิ์กลับคืนภายในเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา จุดสำคัญคือขายฝากไม่ใช่การนำที่ดินไปค้ำประกัน แต่เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้รับซื้อฝากแล้วจริง สิ่งที่ผู้ขายฝากยังเหลืออยู่คือสิทธิในการไถ่ถอน หากนำเงินมาไถ่ภายในกำหนด กรรมสิทธิ์จะกลับคืน แต่หากพ้นกำหนดโดยไม่ได้ไถ่หรือขยายเวลาอย่างถูกต้อง สิทธิไถ่อาจสิ้นสุดลงและผู้รับซื้อฝากไม่ต้องฟ้องบังคับจำนองเพื่อให้ได้กรรมสิทธิ์อีก เพราะเป็นเจ้าของทรัพย์อยู่แล้วตั้งแต่วันจดทะเบียน
สำหรับอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายทั่วไปกำหนดระยะเวลาไถ่สูงสุดไว้ไม่เกิน 10 ปี คู่สัญญาจึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลาที่ทำให้สิทธิไถ่ยาวเกินเพดานดังกล่าวได้ ส่วนกรณีผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดาและที่ดินใช้เพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย อาจอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งมีมาตรการคุ้มครองเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญา การครอบครองทรัพย์ การแจ้งก่อนครบกำหนด และการวางสินไถ่
ทำไมผู้คนมักนำอสังหาริมทรัพย์ไปขายฝาก? ทำไมไม่ขายปกติล่ะ?
เหตุผลที่เจ้าของที่ดินเลือกขายฝากแทนการขายขาด เพราะต้องการเงินทุนจากทรัพย์ในระยะสั้น แต่ยังต้องการโอกาสนำที่ดินกลับคืนมาในอนาคต การขายขาดแก้ปัญหาเงินได้ถาวร แต่สิทธิในทรัพย์ก็สิ้นสุดอย่างถาวรเช่นกัน ส่วนขายฝากเป็นการยอมโอนกรรมสิทธิ์ชั่วคราวแลกกับสิทธิไถ่คืนตามสัญญา เจ้าของบางรายอาจต้องใช้เงินหมุนเวียนธุรกิจ ปิดหนี้เร่งด่วน ลงทุนในโครงการที่มีรายรับรออยู่ หรือแก้ปัญหาสภาพคล่องที่ไม่สามารถรอกระบวนการขายที่ดินตามราคาตลาดได้ จึงเลือกขายฝากเพราะเจรจาจากมูลค่าหลักทรัพย์โดยตรงและไม่ต้องรอผู้ซื้อที่ต้องการใช้ที่ดินจริง
แต่ขายฝากไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะวงเงินที่ได้รับมักต่ำกว่าราคาที่คาดว่าจะขายได้ในตลาด และจำนวนสินไถ่ย่อมสูงกว่าเงินที่ได้รับในวันแรก เจ้าของที่ดินควรเลือกขายฝากเมื่อมีปัญหาสภาพคล่องชั่วคราวและมีแหล่งเงินไถ่ถอนที่เป็นไปได้จริง หากไม่มีแผนหาเงินกลับมาภายในกำหนด การขายขาดตามราคาตลาดอาจรักษามูลค่าทรัพย์ได้ดีกว่า และช่วยลดความเสี่ยงที่ที่ดินจะหลุดไปในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่ควรได้รับ
จำนองคืออะไร?
จำนอง คือ การนำที่ดินหรือทรัพย์สินที่กฎหมายอนุญาตมาเป็นหลักประกันการชำระหนี้ โดยไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้รับจำนอง กรรมสิทธิ์ในที่ดินยังคงเป็นของผู้จำนอง ผู้รับจำนองเพียงมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญตามลำดับสิทธิที่กฎหมายกำหนด เจ้าของจึงยังสามารถอยู่อาศัย ทำการเกษตร ดำเนินธุรกิจ หรือใช้ประโยชน์จากที่ดินได้ตามปกติ ตราบใดที่ไม่กระทบต่อสิทธิของผู้รับจำนอง
การจำนองต้องมีหนี้หลักรองรับ เช่น หนี้จากสัญญากู้เงิน และต้องจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานจึงจะเกิดสิทธิจำนองอย่างสมบูรณ์ หากชำระหนี้ครบ หนี้ที่จำนองค้ำประกันย่อมสิ้นสุดและสามารถจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองได้ แต่หากผิดนัด ผู้รับจำนองไม่ได้กลายเป็นเจ้าของที่ดินทันที ต้องดำเนินการบอกกล่าวให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามขั้นตอนกฎหมาย และหากยังไม่ชำระจึงฟ้องบังคับจำนองเพื่อนำทรัพย์ออกขายทอดตลาดต่อไป
จุดเด่นของการจำนองทรัพย์สินที่เหนือกว่าขายฝาก
ข้อได้เปรียบสำคัญของการจำนองคือเจ้าของที่ดินยังไม่เสียกรรมสิทธิ์ในวันที่รับเงิน เจ้าของยังมีอำนาจจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพย์ภายใต้ข้อจำกัดของสัญญา ขณะที่ผู้รับจำนองไม่สามารถยึดกรรมสิทธิ์เป็นของตนเองเพียงเพราะลูกหนี้ผิดนัด แต่ต้องผ่านกระบวนการบังคับจำนองตามกฎหมาย การจำนองจึงเปิดโอกาสให้ลูกหนี้แก้ไขปัญหา เจรจาชำระหนี้ ขายทรัพย์เพื่อปิดภาระ หรือหาทางปรับโครงสร้างหนี้ก่อนที่ทรัพย์จะเข้าสู่การขายทอดตลาด
ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนจำนองโดยทั่วไปยังอยู่ในโครงสร้างที่ต่ำกว่าการขายฝาก เพราะจำนองไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ ขณะที่การขายฝากถือเป็นการซื้อขายประเภทหนึ่ง จึงอาจมีค่าธรรมเนียม ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย อากรแสตมป์ หรือภาษีธุรกิจเฉพาะตามเงื่อนไขของทรัพย์และระยะเวลาถือครอง หากผู้ขอมีรายได้เพียงพอและผ่านการประเมินความสามารถชำระหนี้การจำนองมักเป็นทางเลือกที่รักษาสิทธิในทรัพย์ได้มากกว่าและมีต้นทุนการทำรายการต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ขอกู้ต้องแลกกับการตรวจสอบรายได้ ประวัติสินเชื่อ และเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่าการพิจารณาขายฝากจากมูลค่าหลักทรัพย์
เปรียบเทียบขายฝากกับจำนองแตกต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างระหว่างขายฝากกับจำนองไม่ได้อยู่ที่ทั้งสองวิธีให้เงินก้อนเหมือนกัน แต่อยู่ที่สถานะของกรรมสิทธิ์และเส้นทางทางกฎหมายหลังผิดนัด ขายฝากให้ความสำคัญกับสิทธิไถ่คืนภายในกำหนดส่วนจำนองให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพย์เป็นหลักประกันจนกว่าหนี้จะชำระเสร็จ การตัดสินใจจึงไม่ควรดูเฉพาะวงเงิน แต่ต้องดูว่าผู้เป็นเจ้าของยอมรับการโอนกรรมสิทธิ์ได้หรือไม่ มีแผนชำระเงินในลักษณะใด และมีเวลาจัดการปัญหาทางการเงินมากน้อยเพียงใด
|
ประเด็นเปรียบเทียบ 11374_07498d-7f> |
ขายฝากที่ดิน 11374_b5236b-70> |
จำนองที่ดิน 11374_5a44ef-dd> |
|---|---|---|
|
ลักษณะทางกฎหมาย 11374_b99ffb-13> |
เป็นสัญญาซื้อขายที่มีสิทธิไถ่คืน 11374_6cdd57-f1> |
เป็นการนำที่ดินประกันการชำระหนี้ 11374_cd49d2-39> |
|
กรรมสิทธิ์ 11374_117122-6c> |
โอนไปยังผู้รับซื้อฝากทันที 11374_983fcc-3e> |
ยังเป็นของผู้จำนอง 11374_03295d-b4> |
|
สิทธิไถ่หรือปลดภาระ 11374_8e1f04-c6> |
ต้องไถ่ถอนภายในกำหนดในสัญญา 11374_b3e981-50> |
ปลดจำนองเมื่อชำระหนี้ที่ประกันครบ 11374_788b98-5b> |
|
ระยะเวลา 11374_843a1d-27> |
อสังหาริมทรัพย์กำหนดเวลาไถ่รวมไม่เกิน 10 ปี 11374_dd6a61-d6> |
ไม่มีกำหนดระยะเวลาสูงสุดแบบขายฝาก แต่ขึ้นอยู่กับอายุหนี้และสัญญา 11374_a17352-ca> |
|
การใช้ประโยชน์ในที่ดิน 11374_e9a3fd-13> |
ต้องพิจารณากฎหมายที่ใช้บังคับและข้อตกลง โดยกรณีที่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครอง ผู้ขายฝากยังมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ได้ 11374_92fee3-ac> |
ผู้จำนองยังครอบครองและใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ 11374_0ed48d-6c> |
|
การพิจารณาวงเงิน 11374_97a1fa-c3> |
เน้นมูลค่า สภาพคล่อง และความเสี่ยงของที่ดิน 11374_80910b-6e> |
พิจารณาทั้งมูลค่าที่ดิน ความสามารถชำระหนี้ รายได้ และเครดิต 11374_42d177-bd> |
|
ผลเมื่อผิดนัด 11374_a54370-0d> |
เมื่อสิทธิไถ่สิ้นสุด ผู้ขายฝากอาจเสียสิทธิในทรัพย์โดยไม่ต้องมีการฟ้องบังคับจำนอง 11374_21197c-6e> |
ผู้รับจำนองต้องบอกกล่าวและดำเนินกระบวนการบังคับจำนอง 11374_cb2522-0b> |
|
หนี้ส่วนที่เหลือ 11374_6330e9-02> |
โดยหลักเมื่อสิทธิไถ่สิ้นสุด ผู้ขายฝากเสียทรัพย์ตามสัญญาขายฝาก 11374_ca2518-32> |
หากขายทอดตลาดแล้วได้เงินไม่พอ อาจยังมีหนี้ส่วนขาดตามข้อตกลงและกฎหมาย 11374_ed06ef-18> |
|
ค่าใช้จ่ายจดทะเบียน 11374_66d701-48> |
มีลักษณะเป็นการโอน จึงมักมีค่าธรรมเนียมและภาษีหลายรายการ 11374_137118-3b> |
โดยทั่วไปมีค่าธรรมเนียมจำนองตามวงเงินและอากรที่เกี่ยวข้อง 11374_fa5621-7f> |
|
เหมาะกับ 11374_4b0d6f-79> |
ผู้ที่ต้องการเงินเร็ว มีทรัพย์มูลค่าเพียงพอ และมีแผนไถ่ชัดเจน 11374_21118d-d9> |
ผู้ที่มีความสามารถชำระหนี้และต้องการรักษากรรมสิทธิ์ไว้ 11374_a2d7d5-43> |
หลักกฎหมายเรื่องกรรมสิทธิ์ สิทธิไถ่ และการบังคับจำนองทำให้ผลของสองสัญญาแตกต่างกันตั้งแต่วันแรก แม้ในทางธุรกิจจะใช้เพื่อสร้างสภาพคล่องจากที่ดินเหมือนกันก็ตาม
เลือกขายฝากหรือจำนองแบบไหน? เหมาะกับใคร
เลือกจำนองก่อน หากยังมีคุณสมบัติด้านรายได้และต้องการรักษากรรมสิทธิ์ในที่ดินไว้ วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีรายรับต่อเนื่อง สามารถผ่อนชำระตามรอบ มีเอกสารทางการเงิน และยอมรับกระบวนการตรวจสอบของธนาคารหรือผู้ให้กู้ได้ แม้วงเงินอาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการ แต่เจ้าของยังมีเวลาและช่องทางจัดการหนี้มากกว่าขายฝากเมื่อเกิดปัญหาการชำระ
ขายฝากเหมาะกับผู้ที่มีที่ดินมูลค่าเพียงพอ ต้องการเงินภายในเวลาจำกัด และไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบตามเงื่อนไขปกติ เงื่อนไขที่ทำให้ขายฝากเหมาะสมไม่ใช่เพียงอนุมัติง่ายแต่ต้องมีแผนไถ่ที่ระบุแหล่งเงินและกรอบเวลาได้จริง เช่น มีรายรับจากการขายทรัพย์อีกแปลง รอรับเงินจากโครงการ มีสัญญาซื้อขายที่กำลังจะได้รับชำระ หรือกำลังแก้สถานะทางการเงินเพื่อขอสินเชื่อใหม่ หากคำตอบเรื่องเงินไถ่ยังเป็นเพียงความคาดหวัง การขายฝากอาจมีความเสี่ยงสูงเกินไป
สถานที่ในการทำสัญญาขายฝากและสัญญาจำนอง?
การขายฝากและจำนองที่ดินต้องจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินจึงจะมีผลสมบูรณ์ ไม่ใช่เพียงทำสัญญากันเองแล้วลงลายมือชื่อที่บ้านหรือสำนักงานของผู้ให้เงิน สถานที่หลักคือสำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ ไม่ใช่การเดินทางไปทำที่กรมที่ดินส่วนกลางตามที่หลายบทความเข้าใจ คู่สัญญาต้องเตรียมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน บัตรประจำตัวประชาชน เอกสารทะเบียนสมรสหรือหนังสือยินยอมของคู่สมรส เอกสารนิติบุคคล และหนังสือมอบอำนาจตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
ปัจจุบันการจดทะเบียนบางประเภทสามารถยื่นคำขอต่างสำนักงานที่ดินได้ภายใต้เงื่อนไขและขั้นตอนที่กรมที่ดินกำหนด แต่การตรวจสิทธิและการจดทะเบียนยังเกี่ยวข้องกับสำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งทรัพย์ตั้งอยู่ เจ้าของจึงควรติดต่อสำนักงานที่ดินล่วงหน้าเพื่อยืนยันเอกสาร วันนัด และความพร้อมของคู่สัญญา โดยเฉพาะกรณีมีเจ้าของร่วม คู่สมรส ภาระจำนองเดิม หรือข้อจำกัดที่จดทะเบียนอยู่ในโฉนด
วงเงินสูงกว่าไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่า
เจ้าของที่ดินมักเปรียบเทียบข้อเสนอจากจำนวนเงินที่ได้รับในวันทำสัญญา แต่ตัวเลขนี้ยังไม่สะท้อนต้นทุนและความเสี่ยงทั้งหมด ตัวเลขที่ต้องเปรียบเทียบจริงคือเงินสุทธิที่ได้รับ จำนวนเงินรวมที่ต้องเตรียมเพื่อปิดสัญญา ระยะเวลาที่มี และมูลค่าที่ดินซึ่งกำลังนำไปเสี่ยง ข้อเสนอขายฝาก 3 ล้านบาทอาจดูดีกว่าจำนอง 2 ล้านบาท แต่หากต้องไถ่ในเวลาสั้น มีค่าใช้จ่ายวันโอนสูง และไม่มีรายรับรองรับจำนวนสินไถ่ วงเงินที่มากกว่าก็อาจสร้างความเสี่ยงมากกว่าประโยชน์
ในทางกลับกัน การจำนองที่ได้วงเงินน้อยกว่าอาจเหมาะกว่า หากค่างวดสอดคล้องกับรายรับและเจ้าของยังมีเวลาเพิ่มมูลค่าที่ดินหรือหารายได้จากทรัพย์ ไม่มีกฎหมายกำหนดว่าขายฝากต้องได้กี่เปอร์เซ็นต์และจำนองต้องได้กี่เปอร์เซ็นต์ของราคาที่ดิน ตัวเลขที่พบตามเว็บไซต์เป็นเพียงช่วงประมาณการทางธุรกิจ เพราะวงเงินจริงขึ้นอยู่กับเอกสารสิทธิ ทำเล ทางเข้าออก สภาพคล่อง ภาระผูกพัน ราคาตลาด ความสามารถชำระหนี้ และนโยบายของผู้ให้เงินแต่ละราย
ผิดนัดแล้วที่ดินไปทางไหน?
ขายฝากและจำนองมีความเสี่ยงเสียที่ดินเหมือนกัน แต่จังหวะและกระบวนการต่างกันอย่างชัดเจน เมื่อขายฝาก กรรมสิทธิ์อยู่กับผู้รับซื้อฝากตั้งแต่ต้น ผู้ขายฝากจึงต้องรักษาสิทธิด้วยการไถ่หรือขยายเวลาภายในกำหนด หากปล่อยให้สิทธิไถ่สิ้นสุด ผลไม่ได้เริ่มจากการถูกยึดที่ดินในวันนั้น เพราะกรรมสิทธิ์ได้โอนไปก่อนแล้ว สิ่งที่สิ้นสุดคือสิทธิของเจ้าของเดิมในการนำเงินมาไถ่ทรัพย์คืน
ส่วนการจำนอง เมื่อผิดนัด กรรมสิทธิ์ยังอยู่กับผู้จำนอง ผู้รับจำนองต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ลูกหนี้ชำระหนี้ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนฟ้องบังคับจำนอง หากยังไม่ชำระจึงเข้าสู่กระบวนการศาลและการขายทอดตลาด ความแตกต่างนี้ทำให้ผู้จำนองมีขั้นตอนทางกฎหมายคั่นก่อนเสียทรัพย์ ขณะที่ผู้ขายฝากต้องให้ความสำคัญกับวันสิ้นสุดสิทธิไถ่เป็นพิเศษ
สำหรับที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองผู้ขายฝาก ยังมีหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการแจ้งก่อนครบกำหนดและช่องทางวางสินไถ่ ณ สำนักงานที่ดิน หากผู้รับซื้อฝากไม่ยอมรับสินไถ่ ไม่สามารถติดต่อได้ หรือเกิดเหตุขัดข้องตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ขายฝากจึงไม่ควรรอจนถึงวันสุดท้าย แต่ควรเตรียมเงินและตรวจสอบขั้นตอนกับสำนักงานที่ดินล่วงหน้า
หลักเกณฑ์สำคัญก่อนขายฝากหรือจำนองที่ดิน
ก่อนเลือกทำสัญญา เจ้าของต้องตรวจสอบก่อนว่าตนมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสามารถทำนิติกรรมได้หรือไม่ ที่ดินมีเจ้าของร่วม เป็นสินสมรส ติดจำนอง ถูกอายัด มีภาระจำยอม หรือมีข้อจำกัดอื่นบนโฉนดหรือไม่ ทั้งขายฝากและจำนองต้องใช้ข้อมูลบนทะเบียนที่ดินเป็นหลัก ไม่ใช่พิจารณาจากผู้ที่ครอบครองโฉนดหรือผู้ที่ใช้ประโยชน์อยู่ในพื้นที่เพียงอย่างเดียว หากมีภาระเดิมต้องตกลงให้ชัดว่าจะปลดภาระก่อน ทำรายการต่อเนื่องในวันเดียวกัน หรือให้ผู้รับเงินรายใหม่รับภาระในรูปแบบใด
รายละเอียดด้านการเงินต้องแยกออกเป็นเงินที่ได้รับจริง ค่าใช้จ่ายวันจดทะเบียน ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทน จำนวนสินไถ่ วันครบกำหนด เงื่อนไขชำระก่อนกำหนด และค่าใช้จ่ายเมื่อขยายเวลา ห้ามพิจารณาเฉพาะตัวเลขวงเงินหน้าแรกของข้อเสนอเพราะเงินที่เข้ามืออาจถูกหักด้วยภาระเดิมและค่าใช้จ่ายหลายรายการ สำหรับขายฝากควรจดวันครบกำหนดและเตรียมแผนไถ่ล่วงหน้า ส่วนจำนองควรคำนวณค่างวดจากรายรับที่เกิดขึ้นจริง ไม่ควรอาศัยรายรับในอนาคตที่ยังไม่มีสัญญาหรือหลักฐานรองรับ
ข้อดีและข้อเสียของการขายฝากที่ดิน
ข้อดี
• พิจารณาจากมูลค่าที่ดินเป็นหลัก จึงอาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอหรือไม่ผ่านเงื่อนไขสินเชื่อธนาคาร
• กระบวนการพิจารณาอาจรวดเร็วกว่าการขอสินเชื่อที่ต้องตรวจรายได้ เครดิต และเอกสารทางการเงินหลายด้าน
• มีโอกาสได้รับวงเงินที่ตอบโจทย์การปิดหนี้หรือใช้เป็นเงินทุนก้อนใหญ่ หากมูลค่าและสภาพคล่องของที่ดินเพียงพอ
• ผู้ขายฝากยังมีสิทธินำเงินมาไถ่ที่ดินกลับคืนภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา
• การจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินทำให้ราคาขายฝาก จำนวนสินไถ่ และวันครบกำหนดมีหลักฐานทางทะเบียนชัดเจน
ข้อเสีย
• กรรมสิทธิ์ในที่ดินโอนไปยังผู้รับซื้อฝากตั้งแต่วันจดทะเบียน แม้ผู้ขายฝากยังตั้งใจจะนำที่ดินกลับคืนก็ตาม
• หากไม่ไถ่หรือไม่ขยายเวลาภายในกำหนด ผู้ขายฝากอาจสูญเสียสิทธิในที่ดินโดยไม่มีกระบวนการฟ้องบังคับจำนองมาคั่น
• วงเงินขายฝากมักไม่เท่าราคาตลาด เพราะผู้รับซื้อฝากต้องเผื่อความเสี่ยงและสภาพคล่องในการจำหน่ายทรัพย์
• ค่าใช้จ่ายวันทำรายการอาจสูงกว่าจำนอง เนื่องจากมีลักษณะเป็นการโอนอสังหาริมทรัพย์
• การหวังว่าจะขอสินเชื่อในอนาคตเพื่อนำมาไถ่ถอนมีความไม่แน่นอน เพราะไม่มีธนาคารใดรับประกันการอนุมัติล่วงหน้า
สรุปข้อคิดเห็นจาก INNOHOME
INNOHOME เห็นว่าการจำนองควรเป็นทางเลือกแรกสำหรับเจ้าของที่ดินที่ยังมีความสามารถชำระหนี้และผ่านเงื่อนไขสินเชื่อ เพราะกรรมสิทธิ์ยังอยู่กับเจ้าของและมีกระบวนการทางกฎหมายก่อนบังคับขายทรัพย์ ส่วนขายฝากควรใช้เมื่อมีความจำเป็นด้านสภาพคล่องที่ชัดเจน ไม่สามารถใช้ช่องทางสินเชื่อปกติได้ และมีแผนไถ่ถอนที่ระบุแหล่งเงินกับระยะเวลาได้จริง
การขายฝากไม่ได้เป็นสัญญาที่ไม่ดี และการจำนองก็ไม่ได้ปลอดภัยในทุกสถานการณ์ ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับโครงสร้างรายได้ ภาระเดิม มูลค่าที่ดิน และแผนชำระเงินของเจ้าของแต่ละราย คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงขายฝากกับจำนองแบบไหนได้เงินมากกว่า แต่ต้องถามว่าแบบไหนเปิดโอกาสให้แก้ปัญหาการเงินได้โดยยังรักษาที่ดินไว้ได้มากที่สุด
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาขายฝากที่ดิน INNOHOME สามารถช่วยตรวจสอบข้อมูลทรัพย์ ประเมินความเป็นไปได้ คำนวณเงินสุทธิและจำนวนสินไถ่ รวมถึงวางขั้นตอนการจดทะเบียนให้เจ้าของเห็นภาระทั้งหมดก่อนตัดสินใจ เพื่อให้การใช้ที่ดินเป็นเงินทุนเกิดขึ้นจากข้อมูลที่ชัดเจน ไม่ใช่จากความเร่งรีบเพียงอย่างเดียว




