ลงทุนขายฝากอสังหาฯ คืออะไร? ผลตอบแทนดีไหม

-
-
-

ลงทุนขายฝากอสังหาริมทรัพย์ คือ การนำเงินทุนไปรับซื้อฝากบ้าน ที่ดิน อาคารพาณิชย์ คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น โดยเจ้าของเดิมโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ลงทุนและมีสิทธินำเงินมาไถ่ทรัพย์คืนภายในกำหนด จุดที่ทำให้การลงทุนขายฝากได้รับความสนใจคือสามารถกำหนดจำนวนสินไถ่และระยะเวลาลงทุนได้ชัดเจน โดยผลตอบแทนตามกฎหมายอาจคำนวณได้สูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงเพดาน ไม่ใช่การรับประกันว่าจะได้รับผลตอบแทนเต็มจำนวนทุกสัญญา

INNOHOME จัดทำบทความนี้ขึ้นเพราะการลงทุนขายฝากมักถูกนำเสนอว่าเป็นการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ผลตอบแทนสูงและไม่ต้องบริหารผู้เช่า แต่ในความเป็นจริง นักลงทุนต้องประเมินมากกว่าราคาหลักประกัน ทั้งความถูกต้องของกรรมสิทธิ์ ความสามารถไถ่ถอนของเจ้าของ สภาพคล่องของทรัพย์ ภาระทางภาษี และหน้าที่ตามกฎหมายของผู้รับซื้อฝาก กำไรของการลงทุนประเภทนี้ไม่ได้เกิดจากการมีโฉนดอยู่ในมือแต่เกิดจากการรับความเสี่ยงในระดับที่เหมาะสมและมีแผนรองรับได้ทั้งกรณีไถ่คืนและไม่ไถ่คืน

รู้จักลงทุนขายฝากคือ

ลงทุนขายฝาก คือ การที่นักลงทุนเข้าเป็นผู้รับซื้อฝาก โดยจ่ายเงินให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตามราคาขายฝากที่ตกลงกัน จากนั้นจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน พร้อมกำหนดจำนวนสินไถ่และวันครบกำหนดไว้ในสัญญา ในทางกฎหมายผู้ลงทุนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตั้งแต่วันที่จดทะเบียน แต่กรรมสิทธิ์ดังกล่าวยังอยู่ภายใต้สิทธิไถ่ของผู้ขายฝาก หากเจ้าของเดิมนำสินไถ่มาชำระภายในกำหนด กรรมสิทธิ์จะกลับคืนไปยังผู้ขายฝาก แต่หากไม่มีการไถ่ภายในระยะเวลาที่กฎหมายและสัญญากำหนด สิทธิไถ่อาจสิ้นสุดลงตามเงื่อนไขที่ใช้บังคับกับทรัพย์นั้น

โครงสร้างของการลงทุนจึงแตกต่างจากการปล่อยเงินกู้ทั่วไป เพราะนักลงทุนไม่ได้ถือเพียงสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระเงิน แต่ได้รับกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตาม การเป็นเจ้าของตามทะเบียนไม่ได้หมายความว่านักลงทุนสามารถเข้าครอบครองใช้ประโยชน์หรือจำหน่ายทรัพย์ได้โดยอิสระทุกกรณี โดยเฉพาะที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองผู้ขายฝาก ซึ่งให้ผู้ขายฝากมีสิทธิครอบครอง ใช้สอย และรับประโยชน์จากทรัพย์จนกว่าสิทธิไถ่จะสิ้นสุดลง

ลักษณะการลงทุนและผลตอบแทน

ผลตอบแทนจากการลงทุนขายฝากมักเกิดจากส่วนต่างระหว่างเงินที่นักลงทุนจ่ายเป็นราคาขายฝากกับจำนวนสินไถ่ที่ผู้ขายฝากต้องชำระเมื่อต้องการรับทรัพย์คืน กฎหมายกำหนดว่า หากจำนวนสินไถ่หรือราคาที่กำหนดสูงกว่าราคาขายฝากที่แท้จริงเกินอัตรา 15% ต่อปี ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ตามราคาขายฝากที่แท้จริงรวมผลตอบแทนไม่เกิน 15% ต่อปี เพดานดังกล่าวจึงเป็นขอบเขตสูงสุดที่ใช้ควบคุมผลตอบแทน ไม่ใช่อัตราที่ทุกสัญญาจำเป็นต้องกำหนดเต็มเพดาน

ตัวอย่างเช่น หากลงทุนรับซื้อฝาก 1,000,000 บาท เป็นเวลา 1 ปี และตกลงผลตอบแทนในอัตรา 15% จำนวนสินไถ่ตามการคำนวณพื้นฐานจะอยู่ที่ 1,150,000 บาท แต่กำไรสุทธิของนักลงทุนอาจต่ำกว่า 150,000 บาท เพราะยังต้องพิจารณาค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบทรัพย์ ค่าประเมิน ค่าเดินทาง ค่าเอกสาร ภาษี และต้นทุนของเงินทุนที่ถูกผูกไว้ ผลตอบแทน 15% จึงควรถูกมองเป็นผลตอบแทนขั้นต้นก่อนค่าใช้จ่าย ไม่ใช่กำไรสุทธิที่เข้ากระเป๋าโดยอัตโนมัติ

การจ่ายผลตอบแทนอาจกำหนดให้ชำระระหว่างสัญญาหรือรวมอยู่ในสินไถ่เมื่อครบกำหนดก็ได้ตามข้อตกลงและกฎหมายที่ใช้บังคับ นักลงทุนจึงต้องพิจารณาโครงสร้างกระแสเงินสดด้วย หากผลตอบแทนทั้งหมดจะได้รับเมื่อไถ่ถอน นักลงทุนต้องสามารถรับภาระการไม่มีเงินสดไหลเข้าระหว่างสัญญาได้ และหากผู้ขายฝากขอไถ่ก่อนครบกำหนด ผลตอบแทนอาจต้องลดลงตามระยะเวลาที่ใช้เงินจริงในกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้
อีกประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือ หากผู้ขายฝากไม่ไถ่ นักลงทุนไม่ได้รับจำนวนสินไถ่ แต่ได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์โดยเด็ดขาดแทน ทรัพย์ที่หลุดขายฝากอาจมีมูลค่าสูงกว่าเงินลงทุนแต่ก็อาจขายออกยากมีผู้ครอบครองมีข้อพิพาทหรือมีค่าใช้จ่ายในการจัดการก่อนเปลี่ยนเป็นเงินสด นอกจากนี้ กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยว่าการได้กรรมสิทธิ์โดยเด็ดขาดจากการไม่ไถ่อาจเข้าลักษณะเป็นเงินได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษีตามมูลค่าของทรัพย์ในวันที่ได้กรรมสิทธิ์โดยเด็ดขาด นักลงทุนจึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีตามข้อเท็จจริงของแต่ละรายการ

ข้อดีของการลงทุนขายฝาก

1. กำหนดผลตอบแทนและระยะเวลาได้ตั้งแต่ต้น

นักลงทุนสามารถเห็นกรอบเงินลงทุนจำนวนสินไถ่และวันครบกำหนดก่อนตัดสินใจ ทำให้วางแผนกระแสเงินสดได้ง่ายกว่าการลงทุนที่ราคาขึ้นลงตามตลาดทุกวัน แม้ผลลัพธ์จริงยังขึ้นอยู่กับการไถ่ถอนและค่าใช้จ่าย แต่โครงสร้างของสัญญาช่วยให้นักลงทุนคำนวณสถานการณ์ได้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนจดทะเบียน

2. มีอสังหาริมทรัพย์รองรับเงินลงทุน

เงินลงทุนไม่ได้พิจารณาจากความน่าเชื่อถือของผู้ขายฝากเพียงด้านเดียว แต่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์หลักของรายการ หากกำหนดวงเงินต่ำกว่ามูลค่าที่สามารถขายได้จริงอย่างเพียงพอนักลงทุนจะมีส่วนต่างมูลค่าทรัพย์เป็นเกราะรองรับความเสี่ยง แต่ส่วนต่างดังกล่าวจะมีความหมายก็ต่อเมื่อราคาประเมินสะท้อนตลาดจริงและทรัพย์สามารถขายต่อได้

3. ไม่ต้องบริหารผู้เช่ารายเดือน

การลงทุนขายฝากไม่จำเป็นต้องหาผู้เช่า เก็บค่าเช่า ตรวจห้อง ซ่อมแซมทรัพย์ตามรอบ หรือรับมือกับช่วงห้องว่างเหมือนการลงทุนปล่อยเช่า ภาระงานประจำอาจน้อยกว่าแต่ถูกแทนที่ด้วยงานตรวจสอบกฎหมายเอกสารและกำหนดเวลาสำคัญ นักลงทุนจึงไม่ควรเข้าใจว่าเป็นรายได้แบบไม่ต้องบริหาร เพียงแต่รูปแบบการบริหารแตกต่างจากเจ้าของห้องเช่า

4. เลือกระยะเวลาลงทุนให้เหมาะกับเงินทุนได้

นักลงทุนสามารถพิจารณาสัญญาตามระยะเวลาที่รับได้ และกระจายวันครบกำหนดของแต่ละรายการเพื่อบริหารสภาพคล่อง เงินทุนจึงไม่จำเป็นต้องผูกกับอสังหาริมทรัพย์ระยะยาวเหมือนการซื้อเพื่อถือครอง อย่างไรก็ตาม ต้องเผื่อกรณีขยายเวลาและกรณีทรัพย์ไม่ถูกไถ่ เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวอาจทำให้เงินทุนกลับมาช้ากว่าแผนเดิม

5. มีทางออกสองกรณีให้วิเคราะห์ล่วงหน้า

ผลลัพธ์หลักของการลงทุนมีสองทาง คือ ผู้ขายฝากไถ่คืนและนักลงทุนได้รับสินไถ่ หรือผู้ขายฝากไม่ไถ่และนักลงทุนถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ต่อไป ข้อดีไม่ได้อยู่ที่ทรัพย์หลุดเป็นของนักลงทุนเสมอแต่คือสามารถวางแผนรับมือทั้งสองเหตุการณ์ก่อนลงทุนได้ นักลงทุนที่รอบคอบจึงต้องพอใจกับผลลัพธ์ทั้งกรณีได้เงินคืนและกรณีต้องรับอสังหาริมทรัพย์มาบริหารจริง

ข้อเสียและความเสี่ยงเมื่อลงทุนขายฝาก

1. ราคาประเมินสูงแต่ขายจริงไม่ได้

ความเสี่ยงสำคัญที่สุดคือการใช้ราคาประกาศขายหรือราคาที่เจ้าของแจ้งมาเป็นฐานกำหนดวงเงิน มูลค่าหลักประกันที่แท้จริงต้องวัดจากราคาที่มีโอกาสขายได้ภายในเวลาจำกัดไม่ใช่ราคาที่เจ้าของต้องการขาย ที่ดินบางแปลงมีราคาต่อตารางวาสูงบนกระดาษ แต่ไม่มีทางเข้า อยู่ในพื้นที่จำกัดการใช้ประโยชน์ มีรูปร่างไม่เหมาะสม หรือไม่มีผู้ซื้อในตลาดจริง

2. ทรัพย์ไม่ถูกไถ่ไม่ได้แปลว่าได้กำไรทันที

เมื่อผู้ขายฝากไม่ไถ่ นักลงทุนอาจต้องรับภาระในการขอส่งมอบการครอบครอง เจรจากับผู้อยู่อาศัย ตรวจสอบผู้เช่า ชำระภาษี ดูแลทรัพย์ และหาผู้ซื้อรายใหม่ อสังหาริมทรัพย์มูลค่า 5 ล้านบาทไม่ได้มีสภาพคล่องเท่ากับเงินสด 5 ล้านบาท หากต้องลดราคาขาย จ่ายค่าปรับปรุง หรือใช้เวลาหลายปีจึงขายได้ ผลตอบแทนต่อปีอาจลดลงอย่างมาก

3. มีความเสี่ยงจากเอกสารสิทธิและภาระผูกพัน

โฉนดจริงไม่ได้รับประกันว่ารายการลงทุนจะปลอดภัย เพราะยังต้องตรวจสอบชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ เจ้าของร่วม สินสมรส ภาระจำนอง การอายัด ภาระจำยอม ทางเข้าออก สัญญาเช่า และข้อพิพาทที่อาจไม่ได้แสดงจากการดูเอกสารเพียงหน้าเดียว การข้ามขั้นตอนตรวจสอบสิทธิเพื่อให้ทำรายการเร็วขึ้นอาจเปลี่ยนส่วนต่างผลตอบแทนทั้งหมดให้กลายเป็นค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย

4. ผู้รับซื้อฝากมีหน้าที่ตามกฎหมาย

สำหรับการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครอง ผู้ซื้อฝากต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดหลายด้าน เช่น ไม่ก่อภาระที่กระทบสิทธิไถ่ และต้องแจ้งกำหนดเวลาไถ่กับจำนวนสินไถ่เป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือนแต่ไม่เกิน 6 เดือน หากไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ผู้ขายฝากอาจมีสิทธิไถ่เพิ่มอีก 6 เดือนนับจากกำหนดเดิม นักลงทุนที่ไม่จัดระบบติดตามสัญญาอาจคำนวณวันสิ้นสุดสิทธิผิดและบริหารทรัพย์ต่อไม่ได้ตามที่คาดไว้

5. เงินทุนกระจุกอยู่ในทรัพย์ไม่กี่รายการ

การรับซื้อฝากแต่ละสัญญามักใช้เงินก้อน ทำให้นักลงทุนรายเล็กกระจายความเสี่ยงได้ยาก หากลงทุนส่วนใหญ่ไว้กับทรัพย์แปลงเดียว ความผิดพลาดในการประเมินเพียงรายการเดียวอาจกระทบเงินทุนทั้งหมด การมีหลักประกันไม่ได้ทดแทนหลักการกระจายความเสี่ยง นักลงทุนจึงควรกำหนดสัดส่วนเงินต่อทรัพย์ ต่อทำเล และต่อวันครบกำหนด ไม่ควรเลือกจากผลตอบแทนสูงสุดเพียงอย่างเดียว

ทำไมหลายคนมักเลือกลงทุนขายฝาก

หลายคนเลือกลงทุนขายฝากเพราะต้องการผลตอบแทนที่กำหนดกรอบได้สูงกว่าการถือเงินสด และไม่ต้องการบริหารอสังหาริมทรัพย์รายวันเหมือนการปล่อยเช่า สิ่งที่ดึงดูดนักลงทุนไม่ใช่แค่เพดานผลตอบแทน 15% แต่คือการมีทรัพย์ที่สามารถตรวจสอบและประเมินมูลค่าได้รองรับเงินลงทุน หากเลือกทรัพย์ในทำเลที่มีตลาดซื้อขายจริงและกำหนดวงเงินอย่างระมัดระวัง โครงสร้างของการลงทุนจะสามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงได้เป็นรูปธรรม

อีกเหตุผลคือการขายฝากเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์หลายประเภท โดยไม่จำเป็นต้องเลือกซื้อเฉพาะทรัพย์ที่ตนต้องการอยู่อาศัยหรือปล่อยเช่า นักลงทุนสามารถพิจารณาจากคุณภาพของหลักประกัน สัดส่วนวงเงิน และแผนไถ่ถอนเป็นหลัก แต่ การลงทุนขายฝากไม่ควรถูกมองเป็นวิธีรอให้ทรัพย์หลุดในราคาถูก เพราะหากโมเดลการลงทุนทำกำไรได้เฉพาะเมื่อเจ้าของเสียทรัพย์ แสดงว่าการประเมินความสามารถไถ่และการบริหารความสัมพันธ์ตั้งแต่ต้นยังไม่เหมาะสม

ในมุมของ INNOHOME รายการขายฝากที่ดีควรทำให้ผู้ขายฝากมีวงเงินเพียงพอแก้ปัญหาสภาพคล่องและมีโอกาสไถ่คืน ขณะเดียวกันผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนตามความเสี่ยงและมีมูลค่าหลักประกันรองรับ ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่การได้ทรัพย์แต่คือผู้ขายฝากไถ่คืนได้ตามแผนและนักลงทุนได้รับเงินต้นพร้อมผลตอบแทนครบถ้วน

5 ขั้นตอนการเริ่มลงทุนขายฝาก

ผู้ที่ต้องการลงทุนขายฝากกับ INNOHOME สามารถเริ่มจากกำหนดงบประมาณ ประเภททรัพย์ และระดับความเสี่ยงที่รับได้ จากนั้นทีมงานจึงช่วยคัดกรองรายการ ประเมินหลักประกัน ตรวจสอบเอกสาร และวางเงื่อนไขก่อนเข้าสู่การจดทะเบียน ขั้นตอนที่ดีต้องคัดทรัพย์ออกให้มากพอไม่ใช่พยายามทำทุกดีลให้สำเร็จ เพราะกำไรของนักลงทุนเกิดจากคุณภาพในการเลือกตั้งแต่ก่อนจ่ายเงิน

1. กำหนดเงินลงทุนและเกณฑ์รับซื้อฝาก

นักลงทุนควรเริ่มจากระบุวงเงินสูงสุดต่อรายการ ระยะเวลาที่รับได้ ประเภททรัพย์ ทำเล และผลตอบแทนเป้าหมายให้ชัดเจน เมื่อติดต่อ INNOHOME ทีมงานจะใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นกรอบคัดเลือกรายการที่สอดคล้องกับเงินทุน ไม่ควรนำเงินสำรองฉุกเฉินหรือเงินที่ต้องใช้ในระยะใกล้มาลงทุนทั้งหมด เพราะวันครบกำหนดตามสัญญาไม่ได้รับประกันว่าเงินจะกลับมาเป็นเงินสดตรงวันเสมอไป

2. ประเมินมูลค่าหลักประกันจากตลาดจริง

การประเมินควรดูทั้งราคาตลาดทั่วไปและราคาที่มีโอกาสขายได้ในกรณีต้องการสภาพคล่องเร็ว โดยตรวจสอบราคาซื้อขายในพื้นที่ ทำเล ทางเข้าออก สาธารณูปโภค รูปร่างแปลง สภาพอาคาร และความต้องการของตลาด วงเงินควรถูกกำหนดจากราคาที่มั่นใจว่าสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ไม่ใช่กำหนดจากราคาประเมินที่สูงที่สุด พร้อมเผื่อค่าใช้จ่าย ภาษี และส่วนลดที่อาจเกิดขึ้นเมื่อจำหน่ายทรัพย์

3. ตรวจสอบเอกสารและสถานะทางกฎหมาย

ก่อนเสนอวงเงินต้องตรวจสอบเอกสารสิทธิฉบับจริง รายชื่อเจ้าของ สถานภาพสมรส เจ้าของร่วม ภาระจำนอง การอายัด สัญญาเช่า และข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ รวมถึงตรวจสอบว่าบุคคลที่นำทรัพย์มาเสนอมีอำนาจทำนิติกรรมครบถ้วนหรือไม่ การตรวจเฉพาะสำเนาโฉนดจากโทรศัพท์ยังไม่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจลงทุนด้วยเงินก้อน หากทรัพย์ติดภาระเดิม ต้องวางแผนปิดภาระและจัดลำดับการจดทะเบียนให้ชัดเจนก่อนวันนัด

4. วิเคราะห์แผนไถ่และกำหนดเงื่อนไข

นักลงทุนควรสอบถามว่าเจ้าของจะนำเงินจากแหล่งใดมาไถ่ เช่น รายได้จากธุรกิจ เงินจากการขายทรัพย์อื่น เงินตามสัญญาที่กำลังจะได้รับ หรือสินเชื่อที่อยู่ระหว่างดำเนินการ แผนไถ่ที่มีหลักฐานย่อมดีกว่าคำอธิบายว่าคาดว่าจะหาเงินได้ทัน จากนั้นจึงกำหนดราคาขายฝาก จำนวนสินไถ่ ระยะเวลา สิทธิการไถ่ก่อนกำหนด ค่าใช้จ่าย และวิธีการติดต่อให้ครบถ้วน โดยผลตอบแทนทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ

5. จดทะเบียนและติดตามสัญญาจนสิ้นสุด

เมื่อผ่านการประเมินแล้ว คู่สัญญาต้องจดทะเบียนขายฝากต่อเจ้าพนักงานที่ดิน พร้อมตรวจสอบข้อความในสัญญา จำนวนเงิน วันครบกำหนด และหลักฐานการรับจ่ายเงินให้ตรงกับข้อตกลง หลังจดทะเบียน นักลงทุนยังต้องติดตามสัญญา ไม่ใช่เก็บโฉนดแล้วรอวันรับเงิน ควรมีระบบแจ้งเตือนวันครบกำหนด เก็บที่อยู่สำหรับส่งหนังสือ บันทึกการชำระ และเตรียมขั้นตอนแจ้งผู้ขายฝากตามกฎหมายล่วงหน้า

เมื่อถึงกำหนด หากผู้ขายฝากไถ่คืน นักลงทุนต้องรับสินไถ่และดำเนินการคืนกรรมสิทธิ์ตามขั้นตอน แต่หากผู้ขายฝากไม่ไถ่ ต้องตรวจสอบก่อนว่าสิทธิไถ่สิ้นสุดโดยสมบูรณ์แล้วหรือยัง มีหน้าที่แจ้งหรือระยะเวลาคุ้มครองเพิ่มเติมหรือไม่ จากนั้นจึงวางแผนการครอบครอง ถือครอง ปรับปรุง หรือขายทรัพย์ต่อไป

ขายฝาก VS ปล่อยเช่าเลือกแบบไหนดีแตกต่างกันอย่างไร

ขายฝากและปล่อยเช่าเป็นการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์เหมือนกัน แต่สร้างผลตอบแทนจากคนละฐาน ขายฝากสร้างผลตอบแทนจากเงินทุนและจำนวนสินไถ่ส่วนปล่อยเช่าสร้างผลตอบแทนจากการถือครองทรัพย์และเรียกเก็บค่าใช้ประโยชน์เป็นรายเดือน นักลงทุนขายฝากจึงต้องเก่งด้านประเมินหลักประกัน กฎหมาย และบริหารสัญญา ขณะที่นักลงทุนปล่อยเช่าต้องเก่งด้านเลือกทำเล คัดผู้เช่า ตั้งค่าเช่า และดูแลทรัพย์ระยะยาว

ประเด็นเปรียบเทียบ

ลงทุนขายฝาก

ลงทุนปล่อยเช่า

แหล่งผลตอบแทน

ส่วนต่างระหว่างราคาขายฝากกับสินไถ่

ค่าเช่าและมูลค่าทรัพย์ที่อาจเพิ่มขึ้น

รูปแบบเงินรับ

รับตามข้อตกลงหรือเมื่อไถ่ถอน

รับค่าเช่าเป็นรายเดือน

ระยะเวลาลงทุน

กำหนดตามสัญญาและกฎหมาย

มักเป็นการถือครองระยะกลางถึงยาว

การใช้เงินทุน

ลงทุนตามวงเงินขายฝาก

ต้องซื้อหรือเป็นเจ้าของทรัพย์เต็มมูลค่า

งานบริหาร

ตรวจเอกสาร ประเมินทรัพย์ และติดตามสัญญา

หาผู้เช่า เก็บค่าเช่า ซ่อมแซม และดูแลทรัพย์

ความเสี่ยงหลัก

ประเมินทรัพย์ผิด ไม่ไถ่ เอกสารมีปัญหา และขาดสภาพคล่อง

ห้องว่าง ผู้เช่าค้างจ่าย ทรัพย์เสียหาย และค่าใช้จ่ายซ่อม

สภาพคล่อง

ขึ้นอยู่กับการไถ่หรือการขายทรัพย์กรณีไม่ไถ่

ขึ้นอยู่กับตลาดซื้อขายทรัพย์

การถือครองทรัพย์

อาจตั้งใจรับผลตอบแทนและคืนทรัพย์เมื่อไถ่

ตั้งใจถือทรัพย์เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่อง

ความเหมาะสม

ผู้มีเงินก้อนและตรวจสอบความเสี่ยงทางกฎหมายได้

ผู้ต้องการสร้างรายได้ประจำและถือทรัพย์ระยะยาว

เลือกลงทุนขายฝาก หากมีเงินก้อน ต้องการกำหนดกรอบผลตอบแทน และสามารถประเมินทรัพย์กับข้อกฎหมายได้ละเอียดโดยต้องยอมรับได้ว่ากระแสเงินสดอาจไม่เข้ารายเดือนและอาจต้องถือทรัพย์ต่อเมื่อไม่มีการไถ่ ส่วนการปล่อยเช่าเหมาะกับผู้ที่ต้องการรายได้ต่อเนื่อง เชื่อมั่นในทำเล และพร้อมบริหารผู้เช่ากับค่าซ่อมบำรุง

หากพิจารณาจากผลตอบแทนเพียงตัวเลข ขายฝากอาจดูสูงกว่า แต่การเปรียบเทียบที่ถูกต้องต้องใช้ผลตอบแทนสุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย ภาษี ช่วงเวลาที่เงินถูกผูก และความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง การปล่อยเช่าที่มีผู้เช่าต่อเนื่องอาจสร้างผลตอบแทนต่ำกว่าแต่คาดการณ์กระแสเงินสดได้ส่วนขายฝากอาจมีผลตอบแทนขั้นต้นสูงกว่าแต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแต่ละสัญญามากกว่า

สรุปข้อคิดเห็นจาก INNOHOME

INNOHOME เห็นว่าการลงทุนขายฝากสามารถให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ แต่ไม่ใช่การลงทุนผลตอบแทน 15% แบบรับประกันและไม่ใช่รายได้ที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องบริหาร ตัวเลข 15% เป็นเพดานตามกฎหมาย การทำกำไรจริงขึ้นอยู่กับราคาที่รับซื้อฝาก ความถูกต้องของทรัพย์ ความสามารถไถ่ของเจ้าของ ค่าใช้จ่าย ภาษี และระยะเวลาที่เงินทุนถูกผูกอยู่

รายการที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นรายการที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด แต่ต้องเป็นรายการที่วงเงินสัมพันธ์กับราคาขายจริง เอกสารไม่มีปัญหา เจ้าของมีแผนไถ่ที่น่าเชื่อถือ และนักลงทุนมีทางออกหากไม่มีการไถ่ หากนักลงทุนไม่ต้องการถือหรือบริหารทรัพย์นั้นในกรณีเลวร้ายที่สุด ก็ไม่ควรรับซื้อฝากทรัพย์นั้นตั้งแต่แรก

สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มลงทุนขายฝาก INNOHOME ช่วยคัดกรองอสังหาริมทรัพย์ ประเมินมูลค่าหลักประกัน ตรวจสอบเอกสาร วิเคราะห์สภาพคล่อง วางเงื่อนไข และประสานการจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน โดยทำให้นักลงทุนเห็นทั้งผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนวางเงิน เพื่อให้การตัดสินใจเกิดจากข้อมูลจริง ไม่ใช่ตัวเลขผลตอบแทนเพียงด้านเดียว

บทความ...ที่คุณสนใจ
อ่านบทความทั้งหมด